Steam System – ระบบท่อไอน้ำ
ระบบท่อไอน้ำมุ่งเน้น ความปลอดภัย ประสิทธิภาพด้านพลังงาน และความทนทานต่ออุณหภูมิและความดันสูง เป็นหลัก โดยพิจารณาการเลือกวัสดุท่อที่เหมาะสมกับอุณหภูมิและแรงดันใช้งาน เช่น Carbon Steel หรือ Alloy Steel พร้อมออกแบบความหนาท่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ASME
ระบบถูกออกแบบให้มีการจัดการการขยายตัวของท่อ (Thermal Expansion) อย่างเหมาะสม ผ่านการใช้ Expansion Loop, Expansion Joint และการจัดวาง Support ที่ถูกต้อง รวมถึงการติดตั้ง Steam Trap ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อระบายคอนเดนเสท ลดการเกิด Water Hammer และเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อน
การออกแบบระบบท่อสตีมมีเป้าหมายหลัก 4 เรื่อง
ความปลอดภัย – ประสิทธิภาพ – ความทนทาน – การบำรุงรักษาง่าย
1.1 เข้าใจชนิดของสตีมก่อน
Saturated Steam – ใช้ทั่วไปในโรงงาน
Superheated Steam – อุณหภูมิสูง ต้องระวังการขยายตัวมากขึ้น ชนิดสตีมมีผลกับขนาดท่อ วัสดุ การยืดขยายตัว ความเร็วที่ยอมรับได้
1.2 การเลือกขนาดท่อ (Pipe Sizing)
ไม่ใช่เลือกจาก “แรงดัน” อย่างเดียว แต่ต้องดูปริมาณการใช้ (kg/hr) ความเร็วในท่อ Pressure drop ที่ยอมรับได้
หลักคิดสำคัญ
❌ ท่อเล็กไป → ความเร็วสูง → Water hammer, erosion
❌ ท่อใหญ่ไป → สูญเสียความร้อนสูง, ต้นทุนแพง
1.3 การควบคุมการไหลของคอนเดนเสท
สตีมที่เย็นลงจะกลายเป็นน้ำ (Condensate) ถ้าไม่ระบายออก → มีผลทำให้เกิด Water Hammer (อันตรายมาก) ได้
แนวทางออกแบบ :
ท่อหลักต้อง ลาดเอียงตามทิศทางการไหล ติด Steam Trap ทุกจุด Low Point เพื่อแยกน้ำคอนเดนเสทออกจากสตีม
1.4 การรองรับการขยายตัว (Thermal Expansion) สตีมมีอุณหภูมิที่สูงมาก มีผลทำให้ท่อเกิดการ → “ยืด” ดังนั้นต้องมี
Expansion Loop / Expansion Joint, Guide, Anchor, Support ที่ถูกต้อง
ถ้าการออกแบบระบบไม่ถูกต้องมีผลทำให้ → ❌ ท่อคด ❌ หน้าแปลนรั่ว ❌ วาล์วแตก
1.5 การลดการสูญเสียความร้อน หุ้มฉนวน (Insulation) เลือกวัสดุหุ้มท่อให้เหมาะสมเพื่อ ลด Dead leg
2. ความสำคัญของอุปกรณ์หลักในระบบท่อสตีม
2.1 Boiler (หม้อไอน้ำ) หัวใจของระบบ กำหนดแรงดันและอุณหภูมิ คุณภาพสตีมขึ้นกับ Boiler โดยตรง
2.2 Main Steam Pipe ลำเลียงพลังงาน ต้องแข็งแรง ทนแรงดัน ต้องออกแบบ slope และ drain point
2.3 Steam Trap มีหน้าที่ : ระบายน้ำคอนเดนเสท ออกจากระบบ และ กันสตีมรั่วออก ถ้าเลือกผิดหรือเสีย : สิ้นเปลืองพลังงาน และเกิด Water hammer หรือ มีผลทำให้เครื่องจักรเสียหายได้
2.4 Valve (Stop / Control Valve) เปิด–ปิด ควบคุมปริมาณสตีม ใช้ isolating ตอนซ่อม ต้องเลือกชนิดที่ : ทนแรงดันและอุณหภูมิได้
2.5 Separator แยกหยดน้ำออกจากสตีม เพิ่มคุณภาพสตีมก่อนเข้าเครื่อง นิยมติด : หลัง Boiler ก่อนอุปกรณ์ที่ต้องการ Dry steam
2.6 Pressure Reducing Valve (PRV) ลดแรงดันจากท่อหลัก ป้องกันอุปกรณ์ downstream ต้องมี : Safety Valve คู่เสมอ
2.7 Safety Valve อุปกรณ์ความปลอดภัยของระบบ ป้องกันแรงดันเกิน ต้อง calibrate ตามมาตรฐาน
2.8 Pipe Support & Hanger รับน้ำหนัก ควบคุมการขยายตัว ลด stress ที่หน้าแปลน
3. ความเร็วในท่อสตีมที่ออกแบบตามความปลอดภัย
3.1 ค่าแนะนำโดยทั่วไป (Industry Practice)
🔹 ท่อสตีมหลัก (Main Steam Line) 25 – 40 m/s แต่นิยมออกแบบที่ 30 m/s เพื่อความปลอดภัย
🔹 ท่อสตีมไปเครื่องจักร (Branch Line) 15 – 25 m/s
🔹 ท่อคอนเดนเสท 1 – 3 m/s (ช้า ๆ เพื่อเลี่ยง erosion)
3.2 ถ้าความเร็วสูงเกินไป จะเกิดอะไร? มีโอกาสเกิด Water hammer เสียงดัง เกิดการกัดกร่อนภายในท่อ Steam trap มีผลทำให้ เครื่องจักรเสียหายเร็วขึ้นกว่าระยะเวลาที่กำหนด
4. การออกแบบท่อสตีม ควรคำนึงถึงการออกแบบที่ลดความเร็วของสตีม = มีผลทำให้ เพิ่มอายุของระบบ และ เพิ่มความปลอดภัย
ระบบท่อสตีม มีหลักการออกแบบหลายองค์ประกอบด้วยกัน เช่น ระบบท่อ, Steam trap และ slope ของแนวท่อ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ ที่เราต้องคำนึงหลายๆ อย่าง ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน
ทั้งนี้ ความเร็วในท่อคือหัวใจของความปลอดภัย และการออกแบบที่ดี → ระบบนิ่ง เงียบ และประหยัด












